วิธีการลงทุนในตราสารหนี้ ที่ดีควรดูจากอะไร ?

credit_163
ตราสารหนี้ มีลักษณะเป็นตราสารทางการเงินที่เปรียบเสมือนสัญญาความผูกพันของความเป็นหนี้ระหว่างผู้ออกตราสารและผู้ถือตราสารหนี้ (ผู้ลงทุน) โดยลักษณะของการทำสัญญาตราสารนั้นจะมีการกำหนดอายุหรือระยะเวลา รวมถึงกำหนดอัตราดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการระบุวันที่ชำระดอกเบี้ยและเงินต้นไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ออกตราสาร รวมถึงวันไถ่ถอน ซึ่งตราสารหนี้สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนหรือโอนให้แก่กันได้

ผู้ที่ออกตราสารหนี้ คือเจ้าของตราสาร หรือบริษัท กองทุน หลักทรัพย์ที่เป็นผู้จำหน่ายตราสาร มีหน้าที่ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นส่วนของผู้ซื้อตราสาร หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าผู้ให้กู้ จะมีหน้าที่เป็นเจ้าหนี้ และในทางกฎหมายตราสารหนี้ยังสามารถเรียกได้อีกว่า พันธบัตร หรือหุ้นกู้ ซึ่งโดยส่วนมากแล้วตราสารหนี้จะออกจากหน่วยงานรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ ส่วนหุ้นกู้มักใช้เรียกสำหรับตราสารที่ออกโดยบริษัทเอกชน ส่วนทางด้านรูปแบบการซื้อขายตราสารหนี้ในปัจจุบันมักจะซื้อขายผ่านระบบออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการวางแผนทางด้านกระบวนการส่งมอบและชำระราคาที่เชื่อถือได้ สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนหรือต้องการเลือกซื้อตราสารหนี้ ควรเลือกซื้อตราสารจากหน่วยงานที่ได้รับความน่าเชื่อถือและมีการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อที่ผู้ซื้อจะสามารถมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยและไม่ต้องกังวลในเรื่องความเสี่ยงจาการลงทุนนั่นเอง

สำหรับในประเทศไทย การลงทุนทางด้านตราสารหนี้ที่ได้รับความนิยมนั้นจะมี 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่
ตราสารนี้ภาครัฐ เช่นพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ
ตราสารหนี้เอกชน หรือที่เรียกว่าหุ้นกู้
โดยตราสารทั้งสองรูปแบบ มีลักษณะดังต่อไปนี้

1. ตราสารหนี้ภาครัฐ
1.1 พันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ เป็นตราสารหนี้ที่ออกโดยกระทรวงการคลัง มีลักษณะเป็นตราสารหนี้แบบระยะกลางถึงระยะยาว แบ่งเป็นทั้งหมด 3 ประเภทคือ
พันธบัตรเพื่อการลงทุน มีการยกเลิกการใช้งานไปในปี 2534
พันธบัตรเพื่อการกู้ยืม เป็นพันธบัตรที่มีจุดประสงค์เพื่อใช้ในการแก้ไขภาวะขาดดุลงบประมาณทางการเงินของประเทศ
พันธบัตรออมทรัพย์ มีจุดประสงค์เพื่อมุ่งเน้นด้านการเป็นทางเลือกให้ประชาชนใช้ในการออมทรัพย์

1.2. พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ (SOE) เป็นพันธบัตรที่ออกโดยหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ มีลักษณะเป็นตราสารหนี้เพื่อการลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว เป็นพันธบัตรที่ได้รับการค้ำประกันความเสี่ยงและความปลอดภัยในการลงทุนจากกระทรวงการคลังทำให้ผู้ที่ลงทุนมั่นใจได้ว่าจะมีความปลอดภัยและไร้ปัญหาด้านความเสี่ยงที่อาจเกิดระหว่างการลงทุน ส่วนทางด้านผลตอบแทนของพันธบัตรจะขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยของตลาดเงิน

2. ตราสารหนี้ภาคเอกชน หรือหุ้นกู้
เป็นตราสารที่ได้รับความนิยม และมีผู้สนใจร่วมลงทุนเป็นอย่างมากในปัจจุบันและมีหลายหน่วยงานเอกชนที่เปิดให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการลงทุน ส่วนการเลือกลงทุนของผู้ลงทุนนั้น โดยมากแล้วจะมีการเลือกลงทุนกับบริษัทที่มีความมั่นคง มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานและมีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากตราสารหนี้เอกชนหรือหุ้นกู้นี้จะไม่มีการรับประกันจากธนาคารหรือรัฐบาล ถึงแม้ว่าจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าตราสารรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ แต่ก็ถือว่ามีความเสี่ยงทางการลงทุนมากกว่าเช่นกัน
ส่วนรูปแบบในการลงทุนตราสารหนี้หรือหุ้นกู้กับบริษัทเอกชน โดยมากจะขึ้นอยู่กับการกำหนดแนวทางและนโยบายของบริษัทว่าจะทำการเสนอขายให้กับประชาชนนรูปแบบใด ซึ่งโดยทั่วไปจะมีการเสนอขายในรูปแบบ เช่น
การเสนอขายแก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement – P/P) หรือขายให้กับนักลงทุน จะขายได้ไม่เกิน 35 คน
เสนอขายแก่ประชาชนที่สามารถเริ่มซื้อได้ตั้งแต่หน่วยเดียวขึ้นไป

ส่วนการตั้งราคาในการขายตราสารหนี้ หรือหุ้นกู้ในขั้นต่ำนั้นจะเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด หรือมีการกำหนดราคาขายแบบขั้นต่ำ โดยประเภทของตราสารหนี้ที่ออกจำหน่ายโดยภาคเอกชน เช่น แบบดอกเบี้ยคงที่ (Straight Fixed) แบบอัตราลอยตัว (FRN) แบบทยอยคืนเงินต้น (Amortizing) และแบบแปลงสภาพได้ (Convertible) สำหรับการเสนอขายในตลาดนั้น

ตราสารหนี้ ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงในระดับปานกลาง และมีมูลค่าไม่สูงมาก หากจะเปรียบเทียบเป็นหน่วยการลงทุนทางการเงินก็มีค่าใกล้เคียงกับเงินฝากหรือเงินออกทรัพย์ โดยมีค่าของความเสี่ยงที่ใกล้เคียงกัน

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในกับตราสารหนี้ทุกประเภท มีสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องพึงระลึกไว้เสมอนั่นคือหากต้องการลงทุนตราสารหนี้ และเพื่อให้แน่ใจว่าได้ลงทุนกับตราสารที่ดีนั้น ผู้ลงทุนควรเลือกซื้อตราสารหนี้ที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานเอกชนที่มีการรับรองอย่างถูกกฎหมาย ที่สำคัญที่สุดจะต้องเป็นตราสารหนี้ที่มีข้อกำหนดและข้อตกลงที่เป็นไปตามเงื่อนไข และได้รับการอนุมัติจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลต.) ทั้งแบบขายเฉพาะเจาะจง หรือขายแบบบุคคล นอกจากนี้ผู้ลงทุนมีความจำเป็นที่จะต้องตระหนักอยู่เสมอว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้นก่อนการลงทุนจึงมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องศึกษาข้อมูลทั้งเรื่องของแนวทางการลงทุน องค์กรที่จะร่วมลงทุนให้ดีก่อนการลงทุนในทุกครั้ง หรือควรเลือกที่ปรึกษาทางการลงทุนเพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ หรือปรึกษาข้อมูล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการลงทุนนั้นจะไม่ขาดทุน หรือส่งผลเสียที่ร้ายแรงกับตัวของผู้ลงทุนอย่างแน่นนอน

โอกาสพิเศษของคุณวันนี้

บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ รับเครดิตเงินคืน 5% เมื่อใช้จ่ายที่ BTS, MRT, ร้านบู๊ทส์, ร้านวัตสัน
✪→เพียงมีรายได้รวม 15,000/ด. สนใจดูรายละเอียด

**เฉพาะท่านที่อยู่ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล
สินเชื่อเอนกประสงค์ซิตี้ ไม่จำกัดวัตถุประสงค์ในการกู้
✪→เพียงมีรายได้รวม 2หมื่น/ด. สนใจดูรายละเอียด

**เฉพาะท่านที่อยู่ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล

สมัครบัตรเครดิต ธนชาติออนไลน์ ได้แล้ววันนี้
✪→ เพียงมีรายได้รวม 2หมื่น/ด. สนใจดูรายละเอียด

สินเชื่อรถยนต์ ธ.ไหนให้วงเงินกู้สูงสุด
✪→ เช็คโอกาสอนุมัติออนไลน์

-------------------------Advertisement--------------------------