ลงทุนทองคำ 2559 ซื้อง่าย ขายง่าย รำรวยทั่วหล้า ถ้าเล่นเป็น

credit_158

ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ราคาซื้อ – ขายทองคำรอบโลกขึ้นและลงอย่างสุดขั้ว ทำให้หลายคนให้ความสนใจกับการลงทุนทองคำกันมากขึ้น เพราะมีช่วงหนึ่งที่ราคาทองลงต่ำมาก ประชาชนก็แห่ไปซื้อทองเพื่อสวมใส่และเก็งกำไร เมื่อราคาทองคำแตะที่ 2 หมื่นบาท คนก็แห่ขายทอง เงินส่วนต่างก็คือกำไร ในปัจจุบันราคาทองคำรูปพรรณอยู่ที่ประมาณ 1.8 หมื่นบาทนิด ๆ ต่อทองคำ 1 บาท ส่งผลให้ตลาดทองคำคงตัว คนที่ลงทุนทองคำก็ต้องรักษาทรัพย์สินเอาไว้ รอเวลาอันสมควรเท่านั้น

การลงทุนทองคำไม่ใช่การซื้อทองรูปพรรณมากักตุน ต้องซื้อทองคำแท่งจึงจะขายได้ราคาดีกว่า เพราะมีความบริสุทธิ์มากกว่า สามารถนำไปทำประโยชน์ได้มากกว่า และนับเป็นเงินสำหรับลงทุนอื่น ๆ ได้ด้วย หากจะเก็บไว้เป็นสิบปีก็ไม่เสียมูลค่าเลย ต่างจากทองรูปพรรณที่นับวันค่าความบริสุทธิ์ก็ลดลง ปัจจุบันน่าจะอยู่ประมาณร้อยละ 80-90 เพราะน้ำยาประสานทอง ที่ใช้ในขั้นตอนการขึ้นรูปทองนั้นเอง

การลงทุนทองคำแท่งควรซื้อจากร้านที่มีหลายสาขา หรือร้านที่มีชื่อเสียงในเรื่องนี้ เพราะการซื้อทองคำแท่งเพื่อเก็งกำไรมักจะซื้อและขายในร้านนั้น ๆ ไม่นิยมปล่อยของข้ามร้าน เพราะจะโดนหักเงินด้วย หากไม่มั่นใจก็ตรวจสอบข้อมูลกับสมาคมทองได้ เพราะร้านขนาดเล็กคุณภาพของทองคำแท่งอาจไม่สามารถขายได้ หรือร้านนั้นจะไม่รับซื้อทองแท่นนั้นด้วย เป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนที่ลงสนามเก็งกำไรทองแท่งเป็นครั้งแรกอย่างแน่นอน

การลงทุนทองคำแท่งต้องอาศัยเวลาพอสมควร อาจจะนานกว่า 6 เดือนก็ได้ คุณต้องกำหนดกำไรไว้ด้วยว่า ถ้าราคาทองคำจากตลาดโลกขึ้นเท่านี้จึงจะขาย ไม่ควรเก็บไว้นาน ๆ หรือเช็คสถานการณ์ก่อนว่า ตลาดมีความผันผวนแค่ไหน ปลอดภัยหรือไม่หากปล่อยขายในตอนนั้น

การลงทุนทองคำปลอดภัยกว่าการซื้อหุ้น การซื้อกองทุนรวม ฯลฯ เพราะคุณเพียงอ้างอิงกับราคาตลาดทองคำโลกและจิตใจของคุณเท่านั้น หากไม่วิเคราะห์หรือไม่มีที่ปรึกษาดี ๆ สักคน การลงทุนทองคำอาจขาดทุนก็ได้ ดังนั้นต้องศึกษาและสังเกตสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

การลงทุนทองคำมีความน่าลงทุนที่มีสาเหตุดังนี้

1. มีความเป็นสากลที่สุด ทุกประเทศทั่วโลกต่างยอมรับในมูลค่าของทองคำด้วยกันทั้งนั้นชนิดที่เรียกว่าสามารถซื้อทองคำที่ประเทศนี้ไปขายต่อที่อีกประเทศหนึ่งได้โดยทันที เพราะแต่ละประเทศต่างมีระบบอ้างอิงราคาทองคำที่เป็นสากลเหมือนกันทุกประเทศทั่วโลก ทองคำจึงกลายสภาพเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าอันเป็นสากลไปโดยปริยายเพราะที่ไหนก็ล้วนแต่ต้องการทองคำด้วยกันทั้งนั้น แตกต่างจากธนบัตรที่มูลค่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับสกุลเงินที่ผู้ประกอบการถืออยู่ในขณะนั้นว่ามีความน่าเชื่อถือสำหรับคู่ธุรกิจมากขนาดไหน ทองคำจึงซื้อง่ายขายคล่องมากกว่าเงินนั่นเอง

2. มูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สมัยคุณพ่อคุณแม่ยังเป็นเด็ก (ประมาณ 35-45 ปีที่ผ่านมา) ราคาทองรูปพรรณอยู่ที่บาทละ 400 บาท แต่ปัจจุบัน (พ.ศ. 2559) ราคาทองคำซื้อ-ขายกันที่ประมาณ 2 หมื่นบาท มูลค่าของทองคำกระโดดข้ามมาเป็นสิบเท่ามากกว่าความห่างของปีนั้นในอดีตกับปีนี้ ณ ปัจจุบันเสียอีก จึงสะท้อนให้เห็นจากสถิติแล้วว่าราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นได้อีกในอนาคต อันเป็นผลกระทบจากปัจจัยแวดล้อมในหลายส่วน ผู้ประกอบการเป็นจำนวนมากจึงเลือกที่จะซื้อทองในวันนี้เพื่อรอตักตวงผลกำไรในอนาคตภายภาคหน้าอันมีสาเหตุมาจากแนวโน้มของมูลค่าที่สูงขึ้น

3. ความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะเป็นเครื่องประดับหลักที่ผู้คนทั่วโลกนิยมใส่กันแล้ว ทองคำยังสามารถนำไปใช้ในส่วนของการลงทุนเพื่อเก็งกำไร และในภาคอุตสาหกรรม เช่น ทันตกรรม นาโนเทคโนโลยี และอิเลคทรอนิกส์ชั้นสูงได้อีกด้วย จึงทำให้ความต้องการในระบบตลาดที่จากเดิมก็มีสูงอยู่แล้วให้เพิ่มมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศสหรัฐอเมริกา จีน และอินเดียที่มีความต้องการที่สูงมาก บวกเข้ากับประเทศในกลุ่มอาหรับและประเทศกำลังพัฒนาเข้าไปอีกจึงทำให้ทองคำมีมูลค่าและความต้องการสูงมากยิ่งขึ้นอีกหลายเท่าตัว ผู้ที่ถือทองคำในตอนนี้จึงเท่ากับมีหลักประกันที่ดีในอนาคตไปโดยปริยาย

4. ปริมาณทองคำทั่วโลกลดจำนวนลง แร่ทองคำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีอย่างจำกัดเช่นเดียวกันน้ำมัน การค้นพบทองคำจึงลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้การผลิตและแปรรูปทองคำออกมากระจายสู่ตลาดโลกมีจำนวนลดน้อยลงมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่ทองคำจะมีมูลค่าสูงในปัจจุบันและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต ผู้ประกอบการที่ถือทองคำอยู่ในมือจึงได้เปรียบมากกว่าคู่แข่งที่ถือธนบัตรหลายเท่าตัวนัก

5. มีค่ามากกว่ามูลค่าของเงิน เราอาจจะเห็นว่าทองคำนั้นถูกแทนค่าของมันเป็นจำนวนเงินอยู่ตลอดเวลา แต่ในทางปฏิบัติแล้วก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะด้วยความที่สภาพเศรษฐกิจของโลกเปลี่ยนแปลงไปทั้งราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น สินค้าการเกษตรและอาหารก็กำลังปรับราคาแพงขึ้นตามไปอีก เมื่อเป็นเช่นนี้ปัญหาเรื่องของเงินเฟ้อจึงตามมาอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งทองคำอาจจะแกว่งตัวบ้างแต่ก็เป็นเพียงเล็กน้อยแล้วมันก็จะปรับตัวเข้าสู่ดุลยภาพของมันตามกลไกการตลาดที่ทองคำถูกตั้งค่าไว้แบบตายตัวอยู่แล้วให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าเงิน ผู้คนจึงต้องจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อแลกกับทองนั่นเอง

6. เป็นการกระจายการลงทุน การกระจายการลงทุนถือเป็นการลดความเสี่ยงที่นักธุรกิจนำมาใช้เป็นเครื่องมือที่ได้ผลเป็นอย่างมากในทุกยุคทุกสมัยตามหลักเศรษฐศาสตร์สากล เพราะการลงทุนไปที่หน่วยธุรกิจหลักแต่เพียงอย่างเดียวมีโอกาสสูงมากพอสมควรที่จะต้องพบเจอกับปัญหาเมื่อตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งทองคำก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีอันดับต้นๆสำหรับผู้ประกอบการที่อยากจะกระจายการลงทุนออกมาจากธุรกิจตัวหลัก เพราะต้องไม่ลืมว่าทองคำนั้นเป็นกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation) กับตราสารหนี้ ตราสารทุน อสังหาริมทรัพย์ที่ต่ำมาก พูดง่ายๆคือ การเปลี่ยนแปลงของหลักทรัพย์ข้างต้นแทบจะไม่สอดคล้องกับทองคำเลย มูลค่าจึงมีความเสถียรภาพมากและจะไม่มีทางลดลงเป็นอันขาด

จะเห็นได้ว่าทองคำเป็นการลงทุนที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการมองหาทางเลือกใหม่ๆในการทำกำไรที่ปราศจากความเสี่ยง ซึ่งทองคำสามารถให้คำตอบได้ในส่วนนั้น ผู้ประกอบการจึงมิควรมองข้ามด้วยประการทั้งปวง

โอกาสพิเศษของคุณวันนี้

บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ รับเครดิตเงินคืน 5% เมื่อใช้จ่ายที่ BTS, MRT, ร้านบู๊ทส์, ร้านวัตสัน
✪→เพียงมีรายได้รวม 15,000/ด. สนใจดูรายละเอียด

**เฉพาะท่านที่อยู่ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล
สินเชื่อเอนกประสงค์ซิตี้ ไม่จำกัดวัตถุประสงค์ในการกู้
✪→เพียงมีรายได้รวม 2หมื่น/ด. สนใจดูรายละเอียด

**เฉพาะท่านที่อยู่ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล
สมัครบัตรเครดิต ธนชาติออนไลน์ ได้แล้ววันนี้
✪→ เพียงมีรายได้รวม 2หมื่น/ด. สนใจดูรายละเอียด

สินเชื่อรถยนต์ ธ.ไหนให้วงเงินกู้สูงสุด
✪→ เช็คโอกาสอนุมัติออนไลน์

-------------------------Advertisement--------------------------