ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร มีสำคัญกับเราอย่างไรบ้างปัจจุบัน

ถึงแม้ว่าหลายต่อหลายคนจะเคยได้เรียนการเงินกันมาบ้างแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเรื่องของการเสียภาษีนั้น ก็ยังคงเป็นเรื่องที่เราทุกคนสามารถศึกษาได้อย่างไม่รู้จบ เพราะรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการเสียภาษีถือได้ว่ามีอยู่มาก รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎ ระเบียบ และข้อบังคับอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในบางโอกาสหรือบางช่วงเวลาด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นแล้วความรู้เกี่ยวกับเรื่องของภาษี จึงยังคงเป็นเรื่องที่เราจำเป็นจะต้องติดตามข่าวสารกันอยู่เสมอ เพื่อที่จะสามารถเสียภาษีและยื่นเรื่องภาษีได้อย่างถูกต้องและมีความเหมาะสม และสำหรับในวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องราวของ “ภาษีหัก ณ ที่จ่าย” ซึ่งถือไดว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความสำคัญไม่ใช่น้อย และดูเหมือนว่าน้อยคนนักที่จะเข้าใจและรับรู้ความหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้แบบชัดเจน

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไรกันแน่?

สำหรับสิ่งแรกที่เราควรจะรับรู้ คงจะไม่พ้นไปจากความหมายที่แท้จริงของภาษีหัก ณ ที่จ่าย ว่าสิ่งนี้คืออะไรและใครบ้างที่จะต้องทำการชำระภาษีในส่วนนี้ สำหรับภาษีหัก ณ ที่จ่ายนั้น ถือได้ว่าเป็นภาษีที่เราจะต้องทำการจ่ายหรือชำระภายในทันทีเนื่องจากเราได้เงินหรือมีรายได้เข้ามา แต่สำหรับภาษีในส่วนนี้นั้น เราเองอาจจะไม่ได้ทำการยื่นเอกสารในทุก ๆ ครั้ง เพราะทางด้านผู้ที่ต้องจ่ายก็คือผู้ที่ต้องทำการจ่ายเงินให้กับเราโดยตรง

สำหรับเรื่องของภาษีหัก ณ ที่จ่ายนี้ ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ทางด้านกฎหมายได้ทำการกำหนดเอาไว้อย่างชัดเจน ว่าทางผู้ยื่นเอกสารจะสามารถทำการยื่นเอกสารจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือภายในวันที่ 7 ของแต่ละเดือนถัดไป โดยให้นับตั้งแต่วันที่เราจะได้รับรายได้ก้อนนั้น ๆ และสำหรับในกรณีที่วันที่ 7 ของแต่ละเดือนกลายเป็นวันหยุดราชการ ผู้ที่ต้องการชำระจะสามารถเลื่อนวันชำระภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้ไปจนถึงวันแรกที่ราชการเปิดทำการนั่นเอง

ผู้ที่มีหน้าที่ต้องจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่าย

หลายคนอาจจะกำลังสงสัยว่า ใครบ้างที่ต้องทำหน้าที่จ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่าย? ซึ่งในส่วนของคำถามนี้นั้น ถือได้ว่าเป็นคำถามที่มีความสำคัญอีกเช่นเดียวกัน หลัก ๆ แล้วผู้ที่ต้องทำหน้าที่จ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่าย ย่อมเป็นบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือแม้กระทั่งสมาคมและคณะบุคคลที่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้จ่ายเงินให้กับผู้อื่นออกไป แต่ก็ยังคงมีในกรณีที่ว่า ผู้ที่มีรายได้ในแต่ละครั้งที่ไม่ถึง 1000 บาท ไม่จำเป็นจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด ส่วนข้อกำหนดของผู้ที่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายจะมีรายละเอียดดังนี้

เงินที่ถือได้ว่าเป็นค่านายหน้า ค่าลิขสิทธิ์ และค่าแห่งกู๊ดวิลล์

ในกรณีนี้ผู้ที่ต้องทำหน้าที่เสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ย่อมเป็นบริษัทห้างหุ้นส่วน หรือแม้กระทั่งมูลนิธิ สมาคมต่าง ๆ โดยการเสียภาษีอาจจะเสียร้อยละ 3.0 หรือ 10.0 เพราะฉะนั้นไม่ว่าผู้ใดที่ต้องการเปิดบริษัทเป็นของตนเอง จะต้องทำการเสียภาษีกันอย่างแน่นอน

เงินที่ถือได้ว่าเป็นดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยพันธบัตร ,หุ้นกู้ , ตั๋วเงิน และพันธบัตรหุ้นกู้
ในกรณีนี้ผู้ที่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ก็คือ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่ไม่ได้รวมถึงธนาคารพาณิชย์ หรือแม้กระทั่งบริษัทเงินทุนต่าง ๆ พร้อมทั้งมูลนิธิหรือแม้กระทั่งสมาคมทั้งหลายที่ไม่ได้มีข้อยกเว้น ซึ่งจะต้องทำการเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายจำนวนร้อยละ 1.0 หรือ 10.0

เงินที่ถือได้ว่าเป็นค่าเช่าอาคารและบ้าน

สำหรับผู้ที่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายในกรณีนี้ ย่อมที่จะต้องเสียภาษีแตกต่างกันออกไปด้วยร้อยละ 5.0 10.0 หรืออาจจะเป็น 5.0 ตามลำดับ ไม่ยกเว้นแม้กระทั่งผู้ที่ต้องการเปิดกิจการเพื่อให้เช่าบ้าน ห้องเช่า และอพาร์ทเม้นท์

เงินที่ถือได้ว่าเป็นค่าจ้าง

ในกรณีนี้จะรวมทุกหมดรายการที่ถือได้ว่าเป็นการให้บริการหรือแม้กระทั่งการรับเหมา ส่วนใหญ่ผู้เสียภาษีจะต้องเสียที่ร้อยละ 3.0

เงินที่ถือได้ว่าเป็นเงินค่าโฆษณาและการขนส่ง

สำหรับเงินที่ถือได้ว่าเกี่ยวข้องกับค่าโฆษณานั้น มักจะต้องเสียร้อยละ 2.0 ส่วนเงินที่เกี่ยวข้องกับค่าขนส่ง มักจะต้องเสียร้อยละ 1.0 นั่นเอง

ในส่วนของการยื่นจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่ายนั้น จะมีแบบฟอร์มให้ผู้จ่ายได้ทำการยื่นเพื่อเสียภาษี โดยรายละเอียดบางส่วนอาจจะแตกต่างกันออกไปตามที่กฎหมายได้กำหนดเอาไว้ การยื่นแบบฟอร์มจึงควรทำให้ถูกต้องเท่านั้น และที่สำคัญควรทำการยื่นแบบฟอร์มให้ตรงเวลาเท่านั้น


บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ รับเครดิตเงินคืน 5% เมื่อใช้จ่ายที่ BTS, MRT, ร้านบู๊ทส์, ร้านวัตสัน
✪→เพียงมีรายได้รวม 15,000/ด. สนใจดูรายละเอียด

สินเชื่อเอนกประสงค์ซิตี้ ไม่จำกัดวัตถุประสงค์ในการกู้
✪→เพียงมีรายได้รวม 2หมื่น/ด. สนใจดูรายละเอียด

สมัครบัตรเครดิต ธนชาติออนไลน์ ได้แล้ววันนี้
✪→ เพียงมีรายได้รวม 2หมื่น/ด. สนใจดูรายละเอียด

-------------------------Advertisement--------------------------