ผ่อนบ้านกับ ธนาคารไหนดี ปัจจุบันนี้


การเลือกธนาคารเพื่อการผ่อนบ้านและคอนโดเพื่อพักอาศัย

เมื่อถึงวัยหนึ่งของชีวิตและหน้าที่การงาน อสังหาริมทรัพย์ชิ้นโต “บ้าน” ทุกคนต้องการครอบครองอยู่แล้ว มูลค่าของมันก็สูงทำให้การจะได้สิทธิ์ครอบครองนั้น เราต้องมีผู้ช่วยเหลือทางการเงินที่ดี ซึ่งธนาคารทุกสีในประเทศย่อมมีสินเชื่อเพื่อบ้านทั้งสิ้น แต่เราจะเลือกธนาคารสีใดดีเพราะแต่ละคนต่างแนะนำไม่เหมือนกัน มีการบัฟอีกธนาคารหนึ่งเพราะธนาคารที่เขาขอสินเชื่อมาดีกว่า การตัดสินใจทั้งหมดขึ้นกับคุณแล้ว

ธนาคารที่เป็นตัวเลือกอันดับ 1 สำหรับความต้องการนี้คือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) วัตถุประสงค์ของการก่อตั้งธนาคารแห่งนี้คือ “ช่วยเหลือให้ประชาชนภายในประเทศมีที่พักอาศัยเป็นของตนเองตามควรแก่อัตภาพ และให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง” จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อจากธอส. จะต่ำกว่าสถาบันการเงินแห่งอื่น คนที่ต้องการมีบ้านหรือที่พักอาศัยมักเลือกยื่นขอสินเชื่อจากที่นี้เป็นอันดับต้น ๆ ทำให้การทำงานอาจล่าช้ากว่าธนาคารแห่งอื่น นอกจากนั้นยังมีสินเชื่อที่เอื้อประโยชน์แก่ผู้มีสวัสดิการจากองค์กรที่มีคุณภาพ

และอันดับต่อมาคือ ธนาคารออมสิน สถาบันการเงินซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจอีกแห่งที่เหมาะสำหรับคนอยากมีบ้าน อัตราดอกเบี้ยลอยด้วยไม่แรงเหมือนธนาคารแห่งอื่น พร้อมกับสินเชื่อที่ทำให้ผู้กู้ไม่ต้องเหนื่อยต่อการชำระในแต่ละปี โดยสินเชื่อเคหะจากออมสินจะมี 2 แบบ คือ ปีแรกอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 1.25 ต่อปี และปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 4.50 ต่อปี ซึ่งรายละเอียดควรสอบถามจากเจ้าหน้าที่อีกครั้งเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่ง MRR (ดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี) อยู่ที่ร้อยละ 7.475 ต่อปี ข้อเสียคือการดำเนินงานที่ช้าเหมือนธอส. เพราะผู้ขอสินเชื่อเยอะนั่นเอง

ตัวเลือกลำดับรอง ๆ จาก 2 แห่งข้างต้นคือ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารธนชาติ และธนาคารกรุงเทพ เพราะอัตราดอกเบี้ยลอยตัวของสินเชื่อบ้านอยู่ในเกณฑ์ที่หลายสายอาชีพรับได้ ดำเนินการรวดเร็วกว่า รวมถึงการให้คำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ในกรณีที่คุณต้องการสินเชื่อโดยด่วน หรือคุณสมบัติบางข้อไม่ผ่านระเบียบของสินเชื่อ

เทคนิคการเลือกธนาคารเพื่อขอสินเชื่อกู้ซื้อบ้าน มีเคล็ดลับเล็ก ๆ ที่คุณต้องรู้ ไม่ทำให้คุณเสียเปรียบหรือคิดว่าตัวเองก้าวพลาดแล้วที่เลือกขอสินเชื่อจากธนาคารนั้น ๆ โดยเริ่มจาก ทำเรื่องขอกู้กับธนาคารมากกว่า 2 แห่ง (จะยื่นทุกบริษัทก็ได้) แล้วขอตารางอัตราการผ่อนชำระต่อเดือนจากเจ้าหน้าที่ โดยระบุให้แยกส่วนของเงินต้น ดอกเบี้ยด้วย ควรเป็นตารางการชำระเงินประมาณ 5 ปี เพื่อดูว่าอัตราดอกเบี้ย 5 ปีแรกเป็นอย่างไร เนื่องจากบางแห่งไม่ให้รีไฟแนนซ์* ก่อน 5 ปี เราจึงต้องใช้บรรทัดฐานในการตัดสินใจที่เท่าเทียมกัน และให้เจ้าหน้าที่สรุปอัตราดอกเบี้ยทั้งหมดทุกงวดเท่าไหร่ ระยะผ่อนชำระสูงสุดกี่ปี และจำนวนเงินที่ต้องชำระในแต่ละงวดด้วย

เมื่อเรามีข้อมูลที่เกี่ยวข้องในมือมากขึ้น การตัดสินใจย่อมเป็นเรื่องง่ายว่า การขอสินเชื่อเพื่อที่พักอาศัยจะให้ธนาคารสีใดเป็นตัวช่วยดี และเพื่อในกรณีที่คุณอาจจะลาลับจากโลกเร็วเกินไป การชำระสินเชื่อบ้านจะเป็นภาระของคนข้างหลัง แอบสอบถามเรื่องการทำประกันไปด้วย โดยระบุว่าให้ทางธนาคารรวมค่าประกันกับยอดชำระแต่ละเดือน และจิปาถะที่เกี่ยวกับบ้านที่ควรถามอีก อาทิ การจดจำลอง ค่าประเมิน ฯลฯ เป็นสิทธิ์ที่เราสามารถถามได้

*รีไฟแนนซ์ คือ การย้ายสถาบันการเงิน (ธนาคาร) ที่เราขอสินเชื่อ ไปขอสินเชื่อจากธนาคารแห่งใหม่โดยยอดวงเงินกู้ไม่เกินยอดหนี้ที่เหลืออยู่จากธนาคารแห่งเดิม สามารถรีไฟแนนซ์กับธนาคารแห่งเดิมได้หากดอกเบี้ยสินเชื่อประเภทเดียวกันของผู้กู้รายใหม่ลดอัตราลงเยอะแล้ว แต่ของคุณยังเป็นอัตราดอกเบี้ยเดิมก็ไปเจรจากับธนาคารได้เหมือนกัน ธนาคารส่วนใหญ่มีค่าปรับถ้าคุณรีไฟแนนซ์ก่อน 3 ปี แต่บางแห่งก็ 5 ปี ตามเคล็ดลับข้างต้น

แม้ว่าคุณจะยื่นเรื่องขอสินเชื่อจากธนาคารมาหลายหนแต่ยังไม่ผ่านซะที อาจเพราะความเสี่ยงที่สถาบันการเงินต้องแบกรับหากคุณไม่สามารถชำระเงินได้ตามกำหนด คุณควรพิจารณาความพร้อมของตนในระยะยาวว่า จะสามารถชำระหนี้กับสถาบันการเงินได้ดีแค่ไหน เพราะดอกเบี้ยในระยะยาวนั้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นภาระก้อนใหญ่ที่ต้องเตรียมการรับมืออย่างรอบด้าน และอย่าลืมว่า ในการดำเนินชีวิตไม่ใช่เพียงการชำระหนี้บ้านเท่านั้น ค่าครองชีพ หนี้สินส่วนอื่น เงินเผื่อฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่จะพิจารณาในระยะยาวกว่าที่คุณคิด แม้คุณจะใช้บ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่สิ่งที่ธนาคารต้องการมากที่สุดคือ “เงิน” เพราะนำไปต่อยอดโดยการปล่อยสินเชื่อได้ง่ายกว่า

การยึดทรัพย์เป็นแค่หนทางสำรองเท่านั้น ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ การเจรจาหนี้บัตรเครดิต การไกล่เกลี่ยสุดท้ายนั้น สถาบันการเงินจะลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อต้องการเงินต้นให้ครบก่อน หรือไม่ก็ยินยอมให้คุณชำระเงินยอดน้อย ๆ จนครบทุกบาท ซึ่งปัจจุบัน การอนุมัติสินเชื่อบ้านจากสถาบันการเงินหลายแห่งผ่านได้ยากขึ้น แม้การแข่งขันระหว่างธนาคารจะสูงมาก แต่การอนุมัติสินเชื่อบางประเภทก็ผ่านได้ยาก เพราะธนาคารจะไม่ยอมเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้แน่นอน หรือไม่บรรดาผู้มีอาชีพที่มั่นคง อาทิ แพทย์ พยาบาล ข้าราชการ จะมีสินเชื่อพิเศษที่น่าสนใจสำหรับบุคคลทั่วไป เพราะรายได้ของบุคคลเหล่านี้แน่นอนกว่า สถาบันการเงินจึงกำหนดสินเชื่อที่ดีกว่าบุคคลทั่วไปเป็นสิทธิพิเศษที่น่าอิจฉา


บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ รับเครดิตเงินคืน 5% เมื่อใช้จ่ายที่ BTS, MRT, ร้านบู๊ทส์, ร้านวัตสัน
✪→เพียงมีรายได้รวม 15,000/ด. สนใจดูรายละเอียด

สินเชื่อเอนกประสงค์ซิตี้ ไม่จำกัดวัตถุประสงค์ในการกู้
✪→เพียงมีรายได้รวม 2หมื่น/ด. สนใจดูรายละเอียด

สมัครบัตรเครดิต ธนชาติออนไลน์ ได้แล้ววันนี้
✪→ เพียงมีรายได้รวม 2หมื่น/ด. สนใจดูรายละเอียด

-------------------------Advertisement--------------------------