จ่ายประกันสังคมเองนั้น ดีหรือไม่ ?

credit_119

ประกันสังคม หรือกองทุนเงินทดแทน ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันแก่ลูกจ้างที่ประสบเหตุอันตราย หรือเจ็บป่วยภายใต้การทำงานให้กับองค์กรหรือนายจ้าง แต่มีบางกรณีที่นายจ้างพยายามเลี่ยงการสมทบกองทุนเงินทดแทนภายใต้กรอบกฎหมายกำหนด ดังนั้นลูกจ้างหลาย ๆ ท่านจึงมีข้อสงสัยว่า ลูกจ้างสามารถจ่ายประกันสังคมเองได้หรือไม่ และมีข้อดีอย่างใดที่ลูกจ้างจะได้รับจากการนำส่งเงินสมทบ

การนำส่งเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน หรือประกันสังคมด้วยตนเอง นับเป็นการซื้อสิทธิคุ้มครองในราคาสบายกระเป๋า หากเปรียบเทียบกับประกันชีวิต, ประกันอุบัติเหตุ ฯลฯ ประกันสังคมถือเป็นสิทธิคุ้มครองที่ราคาต่ำที่สุดแล้ว และเป็นกรอบความคุ้มครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย การเป็นผู้ประกันตนตามข้อบ่งชี้ของสำนักงานประกันสังคม แบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

ผู้ประกันตนภาคบังคับ (มาตรา 33) : หรือผู้ประกันตนภายใต้หน่วยงานหรือนายจ้างที่นำส่งเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ที่เป็นสถานประกอบการที่มีพนักงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป แบ่งสัดส่วนของผู้นำเงินสมทบกองทุนได้ ลูกจ้างและนายจ้างร้อยละ 5 ของฐานเงินค่าจ้าง และรัฐบาลสมทบอีกร้อยละ 2.75 ของเงินค่าจ้าง ซึ่งเงินค่าจ้างไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท และไม่ต่ำกว่า 1,650 บาท สิทธิคุ้มครองทั้ง 7 สิทธิ์ที่ได้รับคือ กรณีเจ็บป่วย / อุบัติเหตุ กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีคลอดบุตร กรณีสงเคราะห์บุตร กรณีชราภาพ และกรณีว่างงาน

ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ (มาตรา 39) : ผู้ประกันตนที่เปลี่ยนจากมาตรา 33 อันเนื่องจากถูกเลิกจ้าง / ลาออก / สิ้นสุดสัญญาจ้างงาน แต่ต้องการรักษาสิทธิประกันสังคมไว้ จึงยื่นคำขอสิทธิมาตรา 39 แทน การประกันตนมาตรา 39 มีข้อกำหนดว่า ต้องเคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ก่อนไม่น้อยกว่า 12 เดือน และลาออก / ถูกเลิกจ้าง / สิ้นสุดสัญญาจ้าง มาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน อีกทั้งต้องไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ ผู้ประกันตนต้องส่งเงินเข้ากองทุน 432 บาทต่อเดือน และรัฐบาลจะช่วยสมทบอีก 120 บาทต่อเดือน จะได้รับความคุ้มครอง 6 สิทธิ์ คือ กรณีเจ็บป่วย / อุบัติเหตุ กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีคลอดบุตร กรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ

ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ (มาตรา 40): ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ (ค่าแรงรายวัน หรือรายได้ไม่แน่นอน) ซึ่งไม่เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ 39 ซึ่งผู้ประกันตนสามารถเลือกสิทธิประโยชน์ได้ 2 ชุด ดังนี้
ความคุ้มครอง 3 กรณี – จ่าย 100 บาท ต่อเดือน (จ่ายเอง 70 บาท รัฐบาลสมทบ 30 บาท) ผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครอง คือ กรณีเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ และกรณีเสียชีวิต
ความคุ้มครอง 4 กรณี – จ่าย 150 บาท ต่อเดือน (จ่ายเอง 100 บาท รัฐบาลสมทบ 50 บาท) ผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครอง คือ กรณีเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต และกรณีชราภาพ

หลาย ๆ ท่านคงมองว่าสิทธิ์คุ้มครองของประกันสังคมไม่ดึงดูดใจพอ และเลือกจะไปซื้อกรมธรรม์ประกันภัย / อุบัติเหตุ / ชีวิตเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินและชีวิตของตน แต่อย่าลืมว่า แรงงานเงินเดือนน้อยที่ไม่มีกำลังส่งเบี้ยประกันหลักพันบาทในทุกเดือน ๆ ยังต้องการสิทธิ์คุ้มครองเหล่านี้ เช่น กรณีที่สตรีตั้งครรภ์ต้องคลอดบุตร ค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลไม่ต่ำกว่าหลักพันบาท หากเลือกใช้สิทธิ์ประกันสังคมที่มีอยู่นั้น ทำให้ครอบครัวไม่ต้องดิ้นรนเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง และยังนำเงินที่ออมไว้ไปใช้จ่ายด้านอื่น ๆ ที่สำคัญได้ด้วย รวมถึงระหว่างที่ลา 3 เดือนเพื่อเลี้ยงบุตรก็ยังได้รับเบี้ยเลี้ยงชีพจำนวนหนึ่ง เพราะหน่วยงานบางแห่งที่เลี่ยงการสมทบกองทุน ลูกจ้างจะไม่มีสิทธิ์เบิกค่าแรงในระหว่างลาคลอดได้เลย

ประกันสังคมจึงมีความสำคัญสำหรับผู้มีรายได้น้อย (ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท) ที่ไม่สามารถชำระเบี้ยกรมธรรม์หรือค่ารักษาพยาบาลเป็นเงินก้อนโตได้ เพราะสิทธิ์ประกันสังคมจะมีความคุ้มครองทันทีที่คุณต้องใช้งาน ไม่ต้องสำรองเงินจ่ายเหมือนกรมธรรม์ทั่วไป ยกเว้นค่าใช้จ่ายนอกเหนือที่กรมธรรม์คุ้มครอง

สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 (อาชีพอิสระ / จ้างรายวัน / จ้างเหมาค่าแรง)
1.  เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เมื่อนอนโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยในตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้จำนวน 200 บาทต่อวัน ไม่เกิน 20 วันต่อปี เงื่อนไขจ่ายเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 4 เดือน (การรักษาพยาบาลใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง) จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)
2.  เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ รับเงินทดแทนการขาดรายได้จำนวน 500 – 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลานานถึง 15 ปี เงื่อนไข เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบ 6 เดือนขึ้นไป (ต้องเป็นผู้ทุพพลภาพหรือทุพพลภาพเพิ่มขึ้นตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการ แพทย์)
3.  ค่าทำศพ (เสียชีวิต) จะได้รับค่าทำศพจำนวน 20,000 บาทต่อราย เงื่อนไข จ่ายเงินสมทบครบ 6 เดือน ภายในระยะเวลา 12 เดือน
4.  เงินบำเหน็จชราภาพผู้ประกันตนสามารถรับเงินก้อนเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ เงื่อนไข มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์

เพียงคุณจ่ายเงินสมทบไม่เกิน 200 บาท / เดือน เพื่อรับสิทธิ์คุ้มครองจากสำนักงานประกันสังคม จะช่วยผ่อนเบาภาระค่าใช้จ่ายในกรณีเจ็บป่วยจากการทำงานและฉุกเฉินได้อย่างมาก เพราะอาการเจ็บป่วยเหล่านี้ที่ทำให้คุณสิ้นเปลืองเงินต่อค่ารักษาพยาบาลไปเยอะ หรือหากคุณไม่มีสิทธิคุ้มครองจากประกันสังคมแล้ว การรักษาอาการต่าง ๆ อาจไม่ตรงสาเหตุ หรือคุณจะเลี่ยงโดยการซื้อยามารับประทานตามอาการเบื้องต้น ซึ่งเป็นผลร้ายต่อการรักษาในระยะยาว เนื่องจากความเข้าใจผิดต่ออาการป่วยที่เกิดขึ้น เพราะสาเหตุของอาการป่วยมีได้หลากหลาย ซึ่งอาการบ่งชี้ที่แสดงชัดเจนอาจเป็นผลจากโรคร้ายที่ต้องรีบรักษาโดยเร็ว เพื่อรักษาชีวิตของคุณให้ยืนยาวขึ้น

โอกาสพิเศษของคุณวันนี้

บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ รับเครดิตเงินคืน 5% เมื่อใช้จ่ายที่ BTS, MRT, ร้านบู๊ทส์, ร้านวัตสัน
✪→เพียงมีรายได้รวม 15,000/ด. สนใจดูรายละเอียด

**เฉพาะท่านที่อยู่ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล
สินเชื่อเอนกประสงค์ซิตี้ ไม่จำกัดวัตถุประสงค์ในการกู้
✪→เพียงมีรายได้รวม 2หมื่น/ด. สนใจดูรายละเอียด

**เฉพาะท่านที่อยู่ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล

สมัครบัตรเครดิต ธนชาติออนไลน์ ได้แล้ววันนี้
✪→ เพียงมีรายได้รวม 2หมื่น/ด. สนใจดูรายละเอียด

สินเชื่อรถยนต์ ธ.ไหนให้วงเงินกู้สูงสุด
✪→ เช็คโอกาสอนุมัติออนไลน์

-------------------------Advertisement--------------------------
BX.in.th Bitcoin Exchange Thailand