การเคลมประกันกับความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันภัยรถยนต์ในปัจจุบัน

เคลมประกัน

หลายท่านที่ทำประกันและไม่เคยได้รับฟังจากผู้เคยทำประกันและประสบอุบัติเหตุมาก่อน คงไม่ทราบว่าขั้นตอนการแจ้งเคลมประกันต่อเจ้าหน้าที่บริษัทนั้นจะต้องทำอย่างไรบ้าง เราสามารถแบ่งการเคลมประกันได้ออกเป็น 3 ประเภท คือ

  1. การเคลมสด คือ การเคลมในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชนกันสดๆ ผู้เสียหายยังคงอยู่ในเหตุการณ์ครบถ้วนดี
  2. การเคลมแห้ง คือ อุบัติเหตุได้เกิดขึ้นนานแล้ว แต่เพิ่งทำการแจ้งเหตุเข้าไปที่บริษัท ยกตัวอย่างเช่น แผลขูดขีดตามตัวรถ เป็นต้น
  3. การเคลมในกรณีเกิดความเสียหายมาก คือ การเคลมที่เกิดขึ้นสดๆหรือเกิดอุบัติเหตุนานแล้ว แต่ได้รับความเสียหายมากและเพิ่งทำการแจ้งเหตุไปยังบริษัท ยกตัวอย่างเช่น เกิดอุบัติเหตุทำให้รถไม่สามารถใช้งานได้ซึ่งเหตุเกิดนานเป็นอาทิตย์แล้วแต่เพิ่งแจ้งเหตุเข้าไปบริษัท เป็นต้น

บุคคลที่มีส่วนสำคัญในด้านการช่วยเคลมประกันภัยรถยนต์กับบริษัท คือ พนักงานเคลมประกันภัย ซึ่งเมื่อเกิดเหตุขึ้นมา พนักงานเคลมประกันภัยจะเป็นเสมือนเพื่อนผู้ให้คำแนะนำว่าเราควรจะทำอะไรบ้างในขั้นตอนต่างๆ … แต่ก่อนที่จะทำการเรียกพนักงานเคลมประกันภัยมานั้น ผู้ถือประกันภัยควรจะจดจำคู่กรณีที่มาเฉี่ยวชนว่าเป็นรถที่มีทะเบียนอะไรรวมถึงรายละเอียดของรถคันที่ชนเพื่อนำแจ้งต่อพนักงานเคลมประกันภัยเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเพื่อที่คุณจะไม่ต้องเสียเงินค่า excess หรือค่าความเสียหายส่วนแรกที่คุณได้ทำไว้ตามเงื่อนไขของบริษัทจำนวน 1,000 บาท โดยค่า excess ที่บริษัทประกันภัยออกมานี้เพื่อให้ผู้ทำประกันภัยได้ระมัดระวังในการขับขี่มากยิ่งขึ้นและปรับพฤติกรรมการขับขี่และค่านิยมที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการประกันภัย เช่น ผู้ประกันภัยบางคนคิดว่าในเมื่อฉันทำประกันภัยรถยนต์แล้วเราก็ไม่จำเป็นจะต้องระมัดระวังในการขับเพราะหากเกิดอุบัติเหตุประกันภัยก็ต้องจ่ายเนื่องจากเราเสียค่าประกันภัยในทุกๆปี ซึ่งในความเป็นจริงแล้วประกันจะจ่ายตามเงื่อนไขความคุ้มครองในแต่ละกรณีไปเท่านั้น

ในปัจจุบันมีบริษัทที่เข้ามาทำธุรกิจประกันภัยรถยนต์เป็นจำนวนมากทั้งบริษัทเล็กและบริษัทใหญ่ ซี่งมีความมั่นคงทางการเงินแตกต่างกันออกไป โดยบริษัทประกันภัยรถยนต์ไม่ว่าขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ตามที่มีมาตรฐานการทำงานที่ดี มักจะเทรนด์พนักงานเคลมประกันภัยให้ทำหน้าที่ของตนเองไปในทางที่ถูกต้องเพื่อช่วยเหลือผู้ทำประกันภัยในกรณีเกิดการเคลมประกัน อีกทั้งยังฝึกนิสัยการทำงานที่ซื่อตรงต่อวิชาชีพของตนเองสม่ำเสมอ …. แต่สำหรับบริษัทประกันภัยบางบริษัทที่ต้องการลดต้นทุนเกี่ยวกับแผนกพนักงานเคลมประกันภัยจะทำการจ้างพนักงานจากบริษัทอื่นที่ทำหน้าที่เป็นบริษัทซับ ให้เช่าพนักงานเคลมประกันในกรณีที่บางพื้นมีจำนวนพนักงานของบริษัทน้อยหรือไม่มีความสามารถในการจ้างพนักงานเคลมประกันของตนเองหรือต้องการลดต้นทุนการจ้างพนักงานประจำในบริษัทตนเอง ก็จะใช้บริการของบริษัทซับเหล่านี้ ซึ่งไม่ได้มีความชำนาญในกรมธรรม์โดยเฉพาะของบริษัทตนเอง ซึ่งกรณีนี้สามารถทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมเกี่ยวกับการเคลมประกันของผู้ทำประกันภัยในบริษัทนั้นๆได้ อีกทั้งเกิดกรณีฮั้วกันของพนักงานเคลมประกันภัยกับคู่กรณีให้เห็นกันบ่อยๆ เช่น เกิดการตกลงกันนอกรอบระหว่างคู่กรณีกับพนักงานเคลมประกันภัยเพื่อให้ฝ่ายคู่กรณีเป็นฝ่ายถูกหรือลดความผิดของคู่กรณีลงเพื่อให้การจ่ายลดน้อยลง โดยพนักงานเคลมประกันภัยจะได้รับค่าตอบแทนจากคู่กรณี เป็นต้น

ดังนั้นก่อนการตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์กับบริษัทใดก็ตาม ให้คำนึงถึงมาตรฐานของบริษัทประกันภัยนั้นๆว่ามีมาตรฐานการเคลมประกันภัยที่ดีหรือไม่ มีพนักงานเคลมประกันที่เพียงพอต่อลูกค้าหรือไม่ ทำการจ้างบริษัทซับเพื่อเข้ามาดูแลกรณีเกิดอุบัติเหตุและการทำหน้าที่ที่ซื่อสัตย์หรือไม่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถรับรู้ได้จากข้อมูลบริษัทรวมไปถึงกรณีอุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้สามารถแนะนำเราได้ว่าบริษัทประกันภัยนั้นๆมีความน่าเชื่อถือดีพอหรือไม่ที่เราจะทำประกันภัยรถยนต์ด้วย