การประกันตนเอง สำคัญกับเราอย่างไร

โดยปกติแล้ว เงินเดือนส่วนหนึ่งของลูกจ้างทุกคนจะถูกหักไว้เพื่อชำระค่าประกันสังคม ซึ่งเป็นสวัสดิการที่ลูกจ้างทุกคนควรจะได้การคุ้มครอง แต่เมื่อบริษัทเลิกจ้างไม่ว่ากรณีใด ๆ และผู้ประกันตนยังต้องการสิทธิ์การคุ้มครองจากประกันสังคมอยู่ ก็สามารถชำระเบี้ยประกันสังคมด้วยตนเองได้ ซึ่งสิทธิคุ้มครองจะลดลง จาก 7 ด้าน เหลือเพียง 6 ด้าน แต่ความคุ้มครองยังเหมาะสมกับความต้องการพื้นฐานอย่างแน่นอน ถือว่าเป็นผู้ประกันตน (ผปต.) มาตรา 39

ผู้ประกันตนมาตรา 39 ต้องเป็นผู้ที่เคยประกันตนมาตรา 33 มาก่อน และนำส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 12 เดือน ออกจากงานไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันที่ลาออกจากงาน แตกต่างจากผู้ประกันตนมากกว่า 40 “ผู้ประกันตนอาชีพอิสระ” โดยยื่นแบบคำขอเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 (สปส.1-20) ที่สำนักงานประกันสังคมที่ดูแลพื้นที่ของคุณ เงินสมทบที่ต้องชำระทุกเดือนสำหรับผู้ประกันตนเองตามมาตรา 39 เดือนละ 432 บาท ตามฐานในการคำนวณเงินสมทบเดือนละ 4,800 บาทเท่ากันทุกคน โดยคิดจากอัตราเงินสมทบร้อยละ 9 (4,800 x ร้อยละ 9 = 432 บาท / เดือน) ซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี (กรณีเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีสงเคราะห์บุตรและกรณีชราภาพ) ต่อเนื่องจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33

ผปต.ต้องนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน หากเกินกำหนดต้องเสียเพิ่มในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน หากผปต.เสียชีวิต, กลับสู่มาตรา 33, ลาออก, ไม่ส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน (สิ้นสภาพตั้งแต่เดือนแรกที่ไม่ส่งเงินสมทบ) และภายในระยะเวลา 12 เดือน ส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน (สิ้นสภาพในเดือนที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน) จึงจะพ้นจากฐานะผู้ประกันตนตามมาตรา 39

อนึ่ง… ผู้ประกันตนที่นำส่งเงินสมทบครบตามกำหนดเวลา จะได้รับบำนาญชราภาพ การคำนวณเบี้ยบำนาญจะอิงจากรายได้ 60 เดือนสุดท้าย เช่น กรณีที่นำส่งเงินสมทบแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน มีสิทธิได้รับเงินบำนาญเป็นรายเดือนในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง ฐานเงินเดือนของมาตรา 39 คือ 4,800 บาท ต่างจากมาตรา 33 ที่ฐานเงินเดือนที่นำมาคำนวณจะอยู่ที่ 1 – 1.5 หมื่น ทำให้เงินบำนาญชราภาพได้รับเยอะกว่า เพราะเงินสมทบที่ต้องชำระนั้นขึ้นกับเงินเดือนในขณะนั้น

ผู้ประกันตนอีกมาตราหนึ่งที่ไม่เข้าข่าย มาตรา 33 และ 39 อันเนื่องจากมิเคยประกอบอาชีพภายใต้บริษัทใด และมิได้ประสงค์เป็นผู้ประกันตนต่อเนื่อง ก็คือผู้ประกันมาตรา 40 หรือ บุคคลที่มิใช่ลูกจ้างตามมาตรา 33 หรือเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ มาตรา 39 เรียกว่า ผู้ประกันตนโดยอิสระ มาตรา 40 นี้ เป็นการขยายประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบโดยผลักดันร่าง พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ฉบับแก้ไข เพื่อรัฐร่วมจ่ายในมาตรา 40 และแก้ไขพระราชกฤษฎีกา เพื่อพัฒนาสิทธิประโยชน์ของมาตรา 40 ให้เป็นที่จูงใจ โดยเป็นระบบสมัครใจ

คุณสมบัติของผู้ประกันตนมาตรา 40 คือ อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีและไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ และไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ 39 จะจ่ายเงินสมทบงวดแรกได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศเลือกทางเลือกใน การจ่ายเงินสมทบได้ 2 ทางเลือก คือ ทางเลือกที่  1 จ่าย 100 บาท/เดือน (จ่ายเอง 70 บาท รัฐสนับสนุน 30 บาท) ทางเลือกที่  2 จ่าย 150 บาท/เดือน (จ่ายเอง 100 บาท รัฐสนับสนุน 50 บาท) ความเป็นผู้ประกันตนจะเริ่มตั้งแต่วันที่จ่ายเงินสมทบงวดแรกทำไมต้องเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40?
มาตรา 40 มีประโยชน์สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ ประการที่หนึ่งคือเงินสมทบในแต่ละปี ใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยใช้ใบเสร็จรับเงินที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเป็นหลักฐาน และสิทธิประโยชน์พื้นฐานดังนี้

  • 1.  เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เมื่อนอนโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยในตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้จำนวน 200 บาทต่อวัน ไม่เกิน 20 วันต่อปี เงื่อนไขจ่ายเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 4 เดือน (การรักษาพยาบาลใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง) จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)
  • 2.  เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ รับเงินทดแทนการขาดรายได้จำนวน 500 – 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลานานถึง 15 ปี เงื่อนไข เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบ 6 เดือนขึ้นไป (ต้องเป็นผู้ทุพพลภาพหรือทุพพลภาพเพิ่มขึ้นตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการ แพทย์)
  • 3.  ค่าทำศพ (เสียชีวิต) จะได้รับค่าทำศพจำนวน 20,000 บาทต่อราย  เงื่อนไข จ่ายเงินสมทบครบ 6 เดือน ภายในระยะเวลา 12 เดือน
  • 4.  เงินบำเหน็จชราภาพผู้ประกันตนสามารถรับเงินก้อนเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ เงื่อนไข มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์

และการจ่ายเงินสมทบทั้ง 2 แบบมีความแตกต่างกัน โดย เงินสมทบ 100 บาท / เดือน จะได้รับสิทธิคุ้มครอง 3 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ และเงินค่าทำศพ และเงินสมทบ 150 บาท ได้รับสิทธิคุ้มครอง 4 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ เงินบำเหน็จชราภาพ (เงินออมกรณีชราภาพ)


สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระที่รายได้ไม่แน่นอน การยื่นขอเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จะคุ้มครองในบางสิทธิ์ที่เป็นพื้นฐาน หากเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระที่รายได้ต่อเดือนสูงก็ควรทำประกันต่าง ๆ ที่ได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่า เพราะสิทธิความคุ้มครองมากกว่าและส่งผลดีต่อชีวิตมากกว่า แล้วกรณีของผู้ประกันตนตามมาตรา 39 เหมาะกับผู้ประกอบอาชีพซึ่งมีนายจ้าง แต่นายจ้างไม่มีสวัสดิการด้านนี้ แต่ก่อนหน้านี้ต้องเคยอยู่ภายใต้มาตรา 33 ก่อน และการนำส่งเงินสมทบมั่นใจได้ว่าถึงสปส.แน่นอน เพราะชำระผ่านสถาบันการเงินที่สปส.กำหนด

โอกาสพิเศษของคุณวันนี้

บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ รับเครดิตเงินคืน 5% เมื่อใช้จ่ายที่ BTS, MRT, ร้านบู๊ทส์, ร้านวัตสัน
✪→เพียงมีรายได้รวม 15,000/ด. สนใจดูรายละเอียด

สินเชื่อเอนกประสงค์ซิตี้ ไม่จำกัดวัตถุประสงค์ในการกู้
✪→เพียงมีรายได้รวม 2หมื่น/ด. สนใจดูรายละเอียด

สมัครบัตรเครดิต ธนชาติออนไลน์ ได้แล้ววันนี้
✪→ เพียงมีรายได้รวม 2หมื่น/ด. สนใจดูรายละเอียด

สมัครบัตร AEON ออนไลน์ได้แล้ววันนี้
✪→ AEON ฟรีค่าธรรมเนียมตลอดชีพ. สนใจดูรายละเอียด

-------------------------Advertisement--------------------------