การถมดิน สร้างบ้าน ต้องดูอะไรบ้าง?

การถมดิน สร้างบ้านนั้น ถ้าว่ากันตามภูมิศาสตร์ของประเทศไทยสามารถกำหนดอาณาเขตเพื่อระบุวัตถุประสงค์ที่มีความเหมาะสมกับภูมิศาสตร์ได้ แต่ในอดีตที่เมืองไทยขาดความรู้ความเข้าใจต่อการวางผังเมือง ทำให้การจัดสรรคุณประโยชน์ของที่ดินต้องพิจารณาตามความเหมาะสมของประชาชนในพื้นที่ เขตที่ลุ่มต่ำต่าง ๆ จึงกลายเป็นเขตชุมชน เมื่อมีการก่อสร้างบ้านเรือนจึงจำเป็นต้องถมดินเพิ่มความสูงให้พื้นที่เพื่อหลีกเลี่ยงน้ำท่วมหรือปัญหาน้ำขังและการระบายน้ำที่ยุ่งยาก กลายเป็นธรรมเนียมในการก่อสร้างบ้านกว่าร้อยละ 80 ของทั้งหมดที่นิยมถมดินเพิ่ม แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงแต่หลายครัวเรือนยินดีจะจ่ายเพื่อเลี่ยงปัญหาข้างต้น ปัจจุบันการถมดินสร้างบ้านมีปัจจัยควบคุมมากขึ้น เพื่อลดปัญหาอื่น ๆ ที่จะตามมา ข้อควรระมัดระวังก่อนถมที่ดินหลัก ๆ จึงมีดังนี้

1. กฎหมายการขุดและถมที่ดิน

นอกจากกฎหมายที่เกี่ยวกับการสร้างบ้านที่ต้องมีความปลอดภัยมากขึ้น และการขออนุญาตก่อสร้างกับสำนักงานเขตต่าง ๆ เพื่อควบคุมอาคารที่เหมาะสม การถมที่ดินยังมีกฎหมายควบคุมเช่นกันซึ่งอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายพระราชบัญญัติการขุมดินและถมดิน พ.ศ.2543 ที่มีประเด็นหลักเกี่ยวกับการขุดและถมที่ดิน ดังนี้
– หากเจ้าของที่ดินจำเป็นต้องทำการขุดดิน โดยมีความลึกจากระดับพื้นดินเกิน 3 เมตร จะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่พนักงานท้องถิ่น (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร หรือ นายกเทศมนตรี สำหรับในเขตเทศบาล) และทำการขุดตามแบบที่เจ้าหน้าที่พนักงานท้องถิ่นกำหนด
– หากพื้นที่ที่ขุดดินมีความลึกจากระดับพื้นดินไม่เกิน 3 เมตร แต่อยู่ใกล้แนวเขตที่ดินของผู้อื่นในระยะน้อยกว่าสองเท่าของความลึกของบ่อดินที่จะขุด ต้องจัดการป้องกันการพังทลายของดินตามวิสัยที่ควรกระทำ เพื่อป้องกันดินทลายลงสู่พื้นที่ข้างเคียง
– การถมที่ดินสูงกว่าพื้นที่ใกล้เคียง หากจะทำการถมดินโดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ใกล้เคียง และมีพื้นที่ของเนินดินไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร ต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างเคียง

2. ประวัติของที่ดินในครอบครอง

หากโฉนดที่ดินในครอบครองของคุณมิใช่มรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ การสืบประวัติที่ดินทั้งด้านภูมิศาสตร์และตำนานต่าง ๆ มีความสำคัญมาก เพราะแนวคิดในการถมที่ดินเพื่อสร้างบ้านต้องมีปัญหาด้านน้ำขัง น้ำท่วม หรืออุทกภัยต่าง ๆ ที่ส่งผลให้ที่ดินดังกล่าวเผชิญปัญหา โดยเริ่มสอบถามจากผู้อาศัยในบริเวณที่ดินผืนดังกล่าวว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บริเวณนั้นมีประวัติอุทกภัยหรือไม่ และระบบระบายน้ำสาธารณะเป็นอย่างไรโดยติดต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ขอประเมินระดับการถมที่ดินให้สูงกว่าระดับของระบบระบายน้ำสาธารณะเพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเมื่อเผชิญปัญหาอุทกภัยในระยะยาว ความสูงของที่ดินที่จะถมเพิ่มไม่ควรสูงเกินระดับของเพื่อนบ้าน หรือสูงกว่าถนนบริเวณใกล้เคียงราว 50-80 เซนติเมตร หากความสูงของที่ดินคุณมากกว่าระดับดังกล่าว การเข้าและออกจากบ้านจะมีความชันมากเกินไป

3. สืบราคาบริการถมที่ดินจากหลากหลายแหล่ง

อย่าคิดว่าอัตราค่าบริการจากผู้รับเหมาหรือห้างร้านต่าง ๆ ในการถมที่ดินจะใกล้เคียงกัน การสอบถามข้อมูลจากแหล่งเดียวจึงไม่เพียงพอ เพราะมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกันตั้งแต่ มูลค่าของเนื้อดินแต่ละชนิด ระยะทางในการขนส่ง ขนาดพื้นที่ของคุณ เป็นต้น ผู้รับเหมาแต่ละเจ้าอาจจะใช้หน่วยวัดที่ไม่เท่ากันซึ่งมีทั้ง ราคาต่อคันรถ หรือการคิดเป็นคิว การคำนวณข้อมูลด้วยตนเองจึงสำคัญมาก หากใช้สูตรคำนวณดังต่อไปนี้อาจช่วยให้สืบข้อมูลได้ง่ายขึ้น คือ
– การแปลงพื้นที่ดินจากตารางวาให้เป็นตารางเมตรด้วยการเอา ขนาดพื้นที่ดิน (ตารางวา) x 4 = พื้นที่ตารางเมตร
– เมื่อคำนวณขนาดที่ดินแบบตารางเมตรแล้วก็มาคำนวณความสูงของดินที่จะถม โดยนำความสูงในการถมที่ดิน (เมตร) x พื้นที่ตารางเมตร = ปริมาณดินที่ต้องการใช้ (คิว)


ทั้งนี้ การใช้บริการถมที่ดินจากผู้รับเหมายังมีค่าบดอัดที่ต้องคำนวณเพิ่มด้วย ซึ่งค่าบริการอาจคำนวณรวมกับจำนวนคิวแล้ว หรือมีการคิดอัตราค่าบริการแยกเป็นอีกรายการหนึ่ง และที่มีของดินที่จะใช้ถมดินสร้างบ้านก็ควรสอบถามแหล่งที่มาด้วยว่า ใช้ดินชนิดใดและนำมาจากที่ไหน ผู้รับเหมาบางแห่งอาจนำดินจากป่าช้ามาขายในราคาถูกได้ จึงควรสอบถามรายละเอียดเพื่อความสบายใจต่อการอยู่อาศัย


บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ รับเครดิตเงินคืน 5% เมื่อใช้จ่ายที่ BTS, MRT, ร้านบู๊ทส์, ร้านวัตสัน
✪→เพียงมีรายได้รวม 15,000/ด. สนใจดูรายละเอียด

สินเชื่อเอนกประสงค์ซิตี้ ไม่จำกัดวัตถุประสงค์ในการกู้
✪→เพียงมีรายได้รวม 2หมื่น/ด. สนใจดูรายละเอียด

สมัครบัตรเครดิต ธนชาติออนไลน์ ได้แล้ววันนี้
✪→ เพียงมีรายได้รวม 2หมื่น/ด. สนใจดูรายละเอียด

-------------------------Advertisement--------------------------