การขอคืนภาษีหัก ณ ที่ จ่ายนิติบุคคล กับ บุคคลธรรมดาต่างกันอย่างไร

ดูเหมือนว่าเรื่องของภาษี ยังคงเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ต่างก็มักจะคิดหนักและกังวลใจไม่น้อย บางคนมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการเสียภาษีและการขอคืนภาษีน้อยมาก พอถึงช่วงปีย่อมที่จะเกิดความกังวลใจไปตาม ๆ กัน โดยเฉพาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ ที่ต้องคอยเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ย่อมที่จะต้องเตรียมตัวเตรียมใจที่จะยื่นเอกสารแสดงรายได้ ภ.ง.ด.90 หรือ 91 ทำให้หลายคนต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ก็ยังคงได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีกันอยู่บ้าง ถ้าจะให้ได้เงินคืนอย่างรวดเร็วก็ต้องหันหน้าคอยยื่นภาษีต่อไป วันนี้เราจึงขอนำความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับการขอคืนภาษีหัก ณ ที่ จ่ายนิติบุคคล กับ บุคคลธรรมดาซึ่งถือได้ว่าเป็นรายละเอียดที่ทุกคนควรเรียนรู้กันให้มากยิ่งขึ้น ส่วนจะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนั้น เราไปดูกันเลย

  • 1. ในกรณีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย

ในส่วนนี้ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 หรือแม้กระทั่ง 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากรก็ตาม ย่อมที่จะมีรายละเอียดแยกย่อย ดังนี้
ผู้ที่มีเงินได้ที่ต้องทำการยื่นแบบแสดงรายการ สามารถยื่นคำร้องขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย และจะต้องทำการส่งแล้วเป็นจำนวนเงินที่เกินกว่าที่ควรจะต้องทำการเสียภาษีนั้นคืน ตามลักษณะของมาตรา 63 กับเจ้าพนักงานประเมินภายในระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่มีการกำหนดเวลาเพื่อทำการยื่นรายการภาษีเงินได้

ในกรณีผู้ที่ถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ได้มีการนำส่งแล้วและไม่มีหน้าที่ที่จะต้องทำการยื่นรายการที่เกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินในปีภาษี จะต้องให้บุคคลนั้นได้มีสิทธิ์ที่จะยื่นคำร้อง เพื่อที่จะสามารถขอคืนภาษีเงินได้ที่ถูกหักและมีการนำส่งไว้แล้วคืนมาภายในระยะเวลา 3 ปี

  • 2. ในกรณีภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย โดยจะมีรายละเอียดแยกย่อยดังนี้

ในกรณีภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย กรณีนี้จะมีให้บริษัทต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ได้ทำการยื่นคำร้องเพื่อขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย ทั้งที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายและนำส่งแล้วทั้งหมดให้เป็นจำนวนเงินเกินกว่าที่ควรจะต้องเสียภาษีคืนต่อเจ้าพนักงานที่ทำการประเมินภายในระยะเวลา 3 ปีเท่านั้น
สำหรับกรณีที่บริษัทหรือแม้กระทั่งห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลก็ตาม ที่ได้รับอนุมัติเพื่อที่จะขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ออกไป มักจะมีการกำหนดระยะเวลา 3 ปีที่สามารถเลื่อนออกไปได้

ในกรณีภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย ด้วยมาตรา 69 ทวิ พร้อมทั้งมาตรา 69 ตรี ทางบริษัทหรือแม้กระทั่งห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั้งหมด จะมีสิทธิ์ที่จะยื่นคำร้องเพื่อขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย ที่ได้มีการถูกหัก ณ ที่จ่ายและทำการนำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินที่เกินกว่าที่ควรจะต้องเสียภาษีทั้งหมดคืนมา ทั้งหมดนี้จะต้องมีการยื่นภายใน 3 ปี นับตั้งแต่วันสุดท้ายที่มีการกำหนดระยะเวลาให้ยื่นรายการภาษี ซึ่งได้แก่ เมื่อได้ผ่านพ้นกำหนดจำนวน 150 วันไปแล้ว นับตั้งแต่วันสุดท้ายของระยะเวลาที่บัญชีที่มีการถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายนั่นเอง


และทั้งหมดนี้ก็คือความรู้เกี่ยวกับการขอคืนภาษีหัก ณ ที่ จ่ายนิติบุคคล กับ บุคคลธรรมดาว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความจำเป็นที่ทุกคนควรจะต้องทำการศึกษา เนื่องจากทุกวันนี้ในเรื่องของการเสียภาษีนั้น นับได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนจะต้องพบเจอ แต่ถ้าหากเรารับรู้เกี่ยวกับการเสียภาษีและการขอคืนภาษีที่ถูกต้อง จะส่งผลทำให้เราสามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งจะส่งผลทำให้เราได้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืนมาตามความเหมาะสม และตามสิทธิที่ทุกคนควรจะได้ หากใครยังคงไม่รู้ว่าการเสียภาษีและการขอคืนภาษีเป็นอย่างไร หากท่านได้อ่านบทความนี้แล้วคงจะทำให้ท่านได้รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

โอกาสพิเศษของคุณวันนี้

บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ รับเครดิตเงินคืน 5% เมื่อใช้จ่ายที่ BTS, MRT, ร้านบู๊ทส์, ร้านวัตสัน
✪→เพียงมีรายได้รวม 15,000/ด. สนใจดูรายละเอียด

สินเชื่อเอนกประสงค์ซิตี้ ไม่จำกัดวัตถุประสงค์ในการกู้
✪→เพียงมีรายได้รวม 2หมื่น/ด. สนใจดูรายละเอียด

สมัครบัตรเครดิต ธนชาติออนไลน์ ได้แล้ววันนี้
✪→ เพียงมีรายได้รวม 2หมื่น/ด. สนใจดูรายละเอียด

-------------------------Advertisement--------------------------