กองทุนเงินทดแทน มีความสำคัญอย่างไร

tree-990848_640

การประกอบอาชีพทุกสายงาน ทุกคนมักพิจารณาสวัสดิการจากหน่วยงานว่า หากเป็นลูกจ้างภายใต้การทำงานให้หน่วยงานแห่งนั้น จะได้รับสิทธิใด ๆ ยามคับขันหรือไม่ เช่น หากมีอาการเจ็บป่วยจะมีสิทธิ์รักษาพยาบาลที่ดูแลตน หรือวันลาพักร้อนนอกเหนือจากวันหยุดตามกำหนดเพราะการตรากตรำทำงานตลอดทั้งปีส่งผลให้ร่างกายต้องการพักผ่อนสักระยะ เพื่อชาร์จพลังของร่างกายและจิตใจให้กลับมาแข็งขันอีกหน ตามความเข้าใจของบุคคลทั่วไป สวัสดิการจากบริษัทอย่าง ‘ประกันสังคม’ ฝ่ายการเงินจะดำเนินการหักเงินค่าเบี้ยรายเดือนและนำไปชำระที่ธนาคารทุกครั้ง และสิทธิต่าง ๆ ที่ได้รับก็เนื่องจากเบี้ยรายเดือนที่ชำระอย่างต่อเนื่อง แต่ตามหลักการของประกันสังคมนั้น นายจ้าง หรือ หน่วยงาน ต้องชำระเงินในส่วนของ ‘กองทุนทดแทน’ ด้วย ซึ่งกองทุนทดแทนนี้เป็นส่วนสำคัญอย่างมากที่เอื้อผลประโยชน์แก่พนักงานทุกคน

สิทธิประกันสังคมสำหรับลูกจ้างจะดำเนินได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ต้องมาพร้อมกับ ‘กองทุนทดแทน’ ซึ่งเป็นการชำระเงินจากผู้ประกอบการในทุกเดือน กองทุนทดแทนนี้เป็นทุนสำหรับจ่ายเงินทดแทนจากนายจ้างแก่ลูกจ้าง ในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วย และเสียชีวิตเนื่องจากการทำงาน หรือป้องกันรักษาผลประโยชน์ให้แก่นายจ้างหรือเจ็บป่วยเป็นโรค ซึ่งเกิดขึ้นตามลักษณะหรือสภาพของงาน หรือโรคซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง โดยนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปจำเป็นต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนด้วย หากคุณประกอบธุรกิจใด ๆ ก็ตามต้องขึ้นทะเบียนเพื่อสมทบกองทุนภายใน 30 วันนับแต่เปิดกิจการ นายจ้างต้องชำระเงินตามกำหนดซึ่งต้องยอดชำระต้องครบด้วย
มิเช่นนั้นต้องเสียเงินสมทบเพิ่มอีกร้อยละ 3 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้างชำระ

กรณีที่นายจ้างไม่จ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน จะส่งผลอย่างไรกับลูกจ้างบ้าง?
ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือผู้ประกันตนในขณะนี้ประกอบอาชีพภายใต้องค์กรเอกชน (บริษัทต่าง ๆ ) จะได้รับสิทธิการคุ้มครอง 7 กรณี คือ กรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน หากหน่วยงานไม่จ่ายเงินสมทบนั้น สิทธิคุ้มครองที่ลูกจ้างจะได้รับตามกำหนด อาจไม่ได้รับตามความเหมาะสม เช่น ไม่สามารถใช้สิทธิใด ๆ ได้เลย แม้จะชำระเบี้ยในส่วนของผู้ประกันตนแล้วก็ตาม หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ประกันตนทุกต้องต้องเก็บหลักฐานที่ระบุว่าท่านได้ชำระเบี้ยประกันสังคมทุกเดือน อาจรวบรวมจากเพื่อนร่วมงานด้วย และยื่นคำร้องให้ตรวจสอบหน่วยงานของตน เพราะการไม่ชำระกองทุนเงินทดแทนของนายจ้างถือว่าเป็นความผิด

ดังนั้น ‘กองทุนเงินทดแทน’ จึงมีความสำคัญอย่างมากต่อผู้ประกันตนทุกคน ซึ่งนายจ้างควรจะชำระเงินสมทบรายปีเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง ซึ่งเงินสมทบจะคำนวณจากค่าจ้างที่ต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างทั้งปี คนละไม่เกิน 2.4 แสนบาท / ปี อัตราเงินสมทบขึ้นกับอัตราความเสี่ยงในธุรกิจของนายจ้าง ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีนายจ้างต้องแจ้งจำนวนค่าจ้างทั้งหมดของปีที่ล่วงมาแล้วที่จ่ายจริงให้แก่ลูกจ้างตามแบบที่กำหนดเพื่อคำนวณเงินสมทบที่ถูกต้องและนำส่งเงินสมทบที่ชำระต่ำไปภายในวันที่  31  มีนาคม ของทุกปี และกรณีที่นายจ้างได้รับอนุญาตให้ผ่อนชำระเงินสมทบเป็นรายงวด จะต้องจ่ายเงินฝากไว้จำนวนร้อยละ 25 ของเงินสมทบโดยประมาณทั้งปีภายในเดือนมกราคมและจ่ายเงินสมทบเป็นรายงวด 4 งวด ภายในเดือนเมษายน กรกฎาคม ตุลาคม และมกราคมของปีถัดไป

สิทธิประโยชน์ของลูกจ้างที่ได้รับจากกองทุนทดแทน มีดังนี้…

  • 1. กรณีเจ็บป่วย
    ค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นไม่เกิน 35,000 บาท ต่อการเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย 1 ครั้ง หากเกินเบิกเพิ่มได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงอีกไม่เกิน 200,000 บาท
    ค่าทดแทนรายเดือนในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้าง หากแพทย์ให้หยุดพักรักษาตัวติดต่อกันเกิน 3 วัน แต่ไม่เกิน 1 ปี
  • 2. กรณีสูญเสียอวัยวะ
    ค่าทดแทนรายเดือนในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้าง ตามประเภทการสูญเสียอวัยวะ และระยะเวลาที่กำหนด
    กรณีที่ลูกจ้างจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูจะได้รับการฟื้นฟูที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน
    ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูด้านการแพทย์ และอาชีพเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 20,000 บาท
    ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงานไม่เกิน 20,000 บาท
  • 3. กรณีทุพพลภาพ
    ค่าทดแทนรายเดือนในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้าง เป็นเวลาไม่เกิน 15 ปี
  • 4. กรณีตายหรือสูญหาย
    ค่าทำศพจ่ายให้แก่ผู้จัดการศพ 100 เท่าของอัตราสูงสุดของค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน (ปัจจุบันจ่าย 18,100 บาท) ค่าทดแทนรายเดือนในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้าง เป็นเวลา 8 ปี แก่ทายาท

กรณีที่ลูกจ้าง / นายจ้าง ไม่พอใจคำสั่ง, คำวินิจฉัย หรือการประเมินเงินสมทบของเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม สามารถยื่นคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง, คำวินิจฉัย หรือการประเมินจากเจ้าหน้าที่ ยกเว้นกรณีคำสั่งยึด / อายัด และการขาดทอดตลาดทรัพย์สินของนายจ้าง ซึ่งผู้ยื่นอุทธรณ์ที่ไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ให้มีสิทธินำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย ถ้าไม่นำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนดเวลา ให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนฯ เป็นที่สุด และลูกจ้างหรือผู้มีสิทธิหรือนายจ้างยื่นอุทธรณ์หรือนำคดีไปสู่ศาลไม่เป็นการทุเลาการปฏิบัติตามคำสั่ง หรือคำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่หรือคณะกรรมการกองทุนฯ

แม้นายจ้างหรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องประกันสังคมภายใต้หน่วยงานจะรับผิดชอบนำเงินส่งชำระในแต่ละเดือน ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบการชำระเงินสมทบและเบี้ยประกันของตนได้ เพื่อรักษาสิทธิ์พึงมีของตนเอง เมื่อพบความผิดปกติก็ขอให้เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจดำเนินการตรวจสอบต่อไป

โอกาสพิเศษของคุณวันนี้

บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ รับเครดิตเงินคืน 5% เมื่อใช้จ่ายที่ BTS, MRT, ร้านบู๊ทส์, ร้านวัตสัน
✪→เพียงมีรายได้รวม 15,000/ด. สนใจดูรายละเอียด

**เฉพาะท่านที่อยู่ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล
สินเชื่อเอนกประสงค์ซิตี้ ไม่จำกัดวัตถุประสงค์ในการกู้
✪→เพียงมีรายได้รวม 2หมื่น/ด. สนใจดูรายละเอียด

**เฉพาะท่านที่อยู่ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล

สมัครบัตรเครดิต ธนชาติออนไลน์ ได้แล้ววันนี้
✪→ เพียงมีรายได้รวม 2หมื่น/ด. สนใจดูรายละเอียด

สินเชื่อรถยนต์ ธ.ไหนให้วงเงินกู้สูงสุด
✪→ เช็คโอกาสอนุมัติออนไลน์

-------------------------Advertisement--------------------------